Share

Website_acid-reflux-or-heart-disease-02.png

“แสบร้อนกลางอก…คงเป็นกรดไหลย้อน”
“แน่นหน้าอกนิดเดียว เดี๋ยวก็คงหาย”

อาการคล้ายกัน แต่ความอันตรายอาจต่างกันกว่าที่คิด

     หลายคนอาจเคยมีอาการเหล่านี้และเลือกพักหรือซื้อยารับประทานเอง โดยคิดว่าเป็นเพียงอาการจากระบบทางเดินอาหาร แต่รู้หรือไม่ว่า อาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกบางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจ และการแยกจากอาการกรดไหลย้อนด้วยตัวเองอาจทำได้ยากกว่าที่คิด เพราะทั้งสองภาวะสามารถทำให้เกิดอาการบริเวณหน้าอกคล้ายกันได้ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ “ความเสี่ยงและความเร่งด่วนในการรักษา”


แล้วต้องเจ็บแน่นหน้าอกแบบไหน… จึงอาจเกี่ยวกับโรคหัวใจ?

     อาการจากโรคหัวใจ โดยเฉพาะภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน อาจเกิดจากเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ลักษณะอาการที่ควรระวัง เช่น
     - รู้สึก แน่น บีบ จุก หรือหนักบริเวณกลางหน้าอก
     - รู้สึกเหมือนมีของหนักกดหรือทับหน้าอก
     - อาการอาจร้าวไปยัง แขน ไหล่ คอ กราม หรือหลัง
     - เกิดอาการขณะออกแรง เดินเร็ว ขึ้นบันได หรือทำกิจกรรมที่ใช้แรง และอาจดีขึ้นเมื่อหยุดพัก
     - มีอาการร่วม เช่น หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หน้ามืด ใจสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ

ที่สำคัญคือ โรคหัวใจไม่ได้จำเป็นต้องทำให้เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงเสมอไป
     เพราะบางคนอาจมีเพียงอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม คลื่นไส้ หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณหน้าอก โดยเฉพาะในผู้หญิง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง


แล้วถ้าเป็น “กรดไหลย้อน” ล่ะ?

     กรดไหลย้อนเกิดจากกรดหรือสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคืองและมีอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรือยอดอกได้ อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
     - แสบร้อนกลางอก โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร
     - มีรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาที่คอหรือปาก
     - เรอบ่อย ท้องอืด หรือรู้สึกอาหารย้อนขึ้นมา
     - อาการอาจชัดขึ้นเมื่อ นอนราบ ก้มตัว หรือรับประทานอาหารมื้อใหญ่
     - บางรายอาจมีอาการไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือระคายคอร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ลักษณะเหล่านี้จะพบได้ในผู้ที่มีกรดไหลย้อน แต่ ไม่ควรใช้เพียงอาการเพื่อยืนยันด้วยตัวเองว่าไม่ใช่โรคหัวใจ


เพราะ “โรคหัวใจ” กับ “กรดไหลย้อน” อาจมีอาการคล้ายกัน ..แต่ไม่เหมือนกัน

     นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรมองข้ามอาการเจ็บแน่นหน้าอก เพราะอาการจากหลอดอาหารและหัวใจสามารถเกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียงกัน ทำให้ผู้ป่วยบางรายแยกความแตกต่างได้ยาก และการประเมินจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น

สูบบุหรี่ / ความดันโลหิตสูง / เบาหวาน / ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน / ไม่ค่อยออกกำลังกาย / มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

     หากมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้และเกิดอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ควรให้ความสำคัญกับอาการมากเป็นพิเศษ


เจ็บหน้าอกแบบไหน “อย่ารอดูอาการ”?

     หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกที่ รุนแรง เกิดขึ้นใหม่ เป็นนาน หรือไม่หาย โดยเฉพาะหากมีอาการร่วม เช่น หายใจลำบาก เหงื่อออกมาก หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ อ่อนแรง หรือมีอาการปวดร้าวไปแขน คอ กราม หรือหลัง

     ควรถือเป็นภาวะที่ต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน
     อย่ารอให้ยาแก้กรดไหลย้อนออกฤทธิ์ และอย่าพยายามวินิจฉัยตัวเองจากอาการเพียงอย่างเดียว
     เพราะหากเป็นภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ทุกนาทีมีความสำคัญต่อการรักษาและการลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ


แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดจากอะไรล่ะ ?

สิ่งสำคัญคือ การตรวจประเมินโดยแพทย์
     เพราะแพทย์จะพิจารณาจากลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เกิด ตำแหน่งและการร้าวของอาการ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงและอาการร่วม ก่อนพิจารณาการตรวจที่เหมาะสม เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจเลือด หรือการตรวจหัวใจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
     ดังนั้น หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกที่ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร การเข้ารับการประเมินจึงปลอดภัยกว่าการคาดเดาด้วยตัวเอง


อย่ารอให้ “อาการหนัก” แล้วค่อยใส่ใจหัวใจ

     อาการเจ็บแน่นหน้าอกอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรงไปจนถึงภาวะฉุกเฉินที่เป็นอันตรายถึงชีวิตสิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายามหาคำตอบด้วยตัวเองว่า

“เป็นกรดไหลย้อนหรือโรคหัวใจกันแน่?”
แต่คือการรู้ว่า เมื่อใดควรรีบพบแพทย์

เพราะบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นเพียง “กรดไหลย้อน”
อาจเป็นสัญญาณเตือนจากหัวใจที่ไม่ควรมองข้าม

     เจ็บหน้าอก อย่าชะล่าใจ เพราะหัวใจอาจกำลังขอความช่วยเหลือ
     หากมีอาการผิดปกติหรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและรับการดูแลอย่างเหมาะสม


Brochure_แพ็กเกจหัวใจ ครบรอบ 3 ปี.png

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หากเจ็บหน้าอกรุนแรง, มีอาการคลื่นไส้, เหงื่อออกมาก, หรือร้าวไปแขน คอ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ใช่, กรดไหลย้อนอาจทำให้รู้สึกแสบร้อนและแน่นที่หน้าอกคล้ายอาการหัวใจ แต่ต้องตรวจแยกโดยแพทย์

แพทย์อาจสั่ง ECG, ตรวจเลือด Troponin, หรือทำการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจพร้อมกับการทดสอบกรดในกระเพาะ