Share

Website_Men-Women-HPV-Vaccine-02.pngรู้หรือไม่ ? เพศไหน ๆ ก็ฉีดวัคซีน HPV ได้ : มหันตภัยเงียบที่ไม่ได้เลือกเพศ

     เมื่อพูดถึง “วัคซีน HPV” ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักจะพุ่งตรงไปที่การเป็น “วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก” ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างว่า นี่คือเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายหรือเพศทางเลือกอื่น ๆ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

     แต่ในความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ในปัจจุบัน ไวรัส HPV ไม่เคยเลือกเพศ และการจำกัดวงให้วัคซีนนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงฝ่ายเดียว กำลังทำให้ผู้ชายและกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) ตกอยู่ในความเสี่ยงของโรคร้ายแรงโดยไม่รู้ตัว

ทำความรู้จักตัวร้าย: ไวรัส HPV คืออะไร ?

     HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมาก ผ่านการสัมผัสทางผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่าน การมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการสอดใส่ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือแม้กระทั่งการใช้ปาก (Oral Sex)

     หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเปลี่ยนคู่นอนบ่อยถึงจะติดเชื้อ แต่ความจริงแล้ว การมีคู่นอนเพียงคนเดียวก็สามารถติดเชื้อ HPV ได้ หากคู่นอนคนนั้นมีเชื้ออยู่ก่อนแล้ว ที่น่ากลัวคือ เชื้อนี้มักไม่แสดงอาการใด ๆ ในระยะแรก ทำให้ผู้ติดเชื้อกลายเป็น "พาหะ" ส่งต่อเชื้อให้คนอื่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่เจตนา

ทำไม "ทุกเพศ" ถึงมีความเสี่ยงไม่ต่างกัน ?

     แม้ว่าผู้ชายจะไม่มีมดลูกและไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกแน่นอน แต่เชื้อ HPV สายพันธุ์ก่อมะเร็ง (High-risk HPV) และสายพันธุ์ก่อโรคทั่วไป (Low-risk HPV) สามารถเนรมิตโรคร้ายแรงอื่น ๆ ในร่างกายของทุกเพศได้ ดังนี้:

1. มะเร็งช่องปากและลำคอ (Oropharyngeal Cancer)

     นี่คือภัยเงียบที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในเพศชาย การมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก (Oral Sex) กับผู้ที่มีเชื้อ HPV สามารถนำเชื้อเข้าสู่เซลล์บริเวณโคนลิ้น ต่อมทอนซิล และลำคอ จนพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ ปัจจุบันสถิติผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและลำคอจากเชื้อ HPV ในผู้ชายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และบางประเทศมีจำนวนแซงหน้าผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกไปแล้ว

2. มะเร็งทวารหนัก (Anal Cancer)

     พบได้ในทุกเพศ แต่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษในกลุ่มชายรักชาย (MSM) หรือผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก โดยเชื้อ HPV จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงเซลล์บริเวณเนื้อเยื่อทวารหนักจนกลายเป็นก้อนมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่ตรวจพบได้ยากในระยะแรกและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง

3. โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts)

     เกิดจาก HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 แม้จะไม่ใช่สายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง แต่เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายมากและสร้างความทุกข์ทรมานใจอย่างยิ่ง โดยจะมีตุ่มลักษณะคล้ายหงอนไก่หรือดอกกะหล่ำขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือขาหนีบ โรคนี้รักษาให้หายขาดได้ยากและมักกลับมาเป็นซ้ำเมื่อร่างกายอ่อนแอ

4. มะเร็งอวัยวะเพศชาย (Penile Cancer)

     แม้จะเป็นมะเร็งที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่กว่า 50% ของผู้ป่วยมะเร็งอวัยวะเพศชาย มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ก่อมะเร็ง

อัปเดตประเภทของวัคซีน HPV ในปัจจุบัน

     ปัจจุบันวัคซีน HPV มีการพัฒนาไปไกลเพื่อครอบคลุมสายพันธุ์ของไวรัสให้ได้มากที่สุด โดยหลัก ๆ ที่นิยมใช้มี 2 ประเภท:

  • วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent): ป้องกันสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18 ช่วยป้องกันได้ทั้งมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และโรคหูดหงอนไก่

  • วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ (Nonavalent): ป้องกันสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์ก่อมะเร็งได้มากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งในระบบอวัยวะเพศและทางเดินอาหารส่วนบนได้สูงถึง 90%

ตารางการฉีดวัคซีน: ฉีดตอนไหนได้ผลดีที่สุด?

ประสิทธิภาพของวัคซีนจะสูงสุดเมื่อฉีดในวัยที่ "ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์" และร่างกายยังไม่เคยได้รับเชื้อ HPV มาก่อน อย่างไรก็ตาม ทางการแพทย์ยังคงแนะนำให้ผู้ใหญ่วัยเจริญพันธุ์ฉีดเพื่อป้องกันสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ยังไม่เคยได้รับเช่นกัน

กลุ่มอายุ จำนวนเข็ม ช่วงเวลาในการรับวัคซีน
เด็กชายและเด็กหญิง (อายุ 9 - 14 ปี) 2 เข็ม

เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 6 - 12 เดือน

(เป็นวัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด)

ผู้ใหญ่ทุกเพศ (อายุ 15 - 45 ปี) 3 เข็ม

เข็มที่ 1: วันที่เริ่มฉีด

เข็มที่ 2: ห่างจากเข็มแรก 1 - 2 เดือน

เข็มที่ 3: ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน

คำถามยอดฮิต: เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว หรืออายุเกิน 26 ปีแล้ว ยังฉีดได้ไหม?

คำตอบคือ: ยังฉีดได้และได้ประโยชน์ครับ แม้เราอาจจะเคยได้รับเชื้อบางสายพันธุ์ไปแล้ว แต่วัคซีนจะช่วยปกป้องเราจากสายพันธุ์ที่เหลือที่เรายังไม่เคยติด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงสะสมในการเกิดโรคในอนาคตได้

พลังแห่ง "ภูมิคุ้มกันหมู่" (Herd Immunity) เพื่อคนที่คุณรัก

     การที่เพศชายหรือทุก ๆ เพศหันมาฉีดวัคซีน HPV ไม่ได้เป็นเพียงการ "เซฟ" ตัวเองเท่านั้น แต่คือการสร้างความปลอดภัยให้สังคมและคนรักของคุณ

     หากผู้ชายไม่มีภูมิคุ้มกัน พวกเขาจะกลายเป็น "พาหะเงียบ" ที่รับเชื้อจากคนหนึ่งไปส่งต่อให้อีกคนหนึ่งโดยไม่มีอาการแสดง การที่ทุกเพศหันมาฉีดวัคซีนพร้อมกัน จะช่วยตัดวงจรการระบาดของเชื้อไวรัส ลดอัตราการเกิดโรคของทั้งตัวเองและคู่รักได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

บทสรุป

     หมดยุคของการมองว่าวัคซีน HPV เป็นเรื่องของผู้หญิงแล้วครับ เพราะโรคร้ายจากไวรัสชนิดนี้ไม่เคยจำกัดเพศสภาพ การลงทุนฉีดวัคซีน HPV ในวันนี้ คือการซื้อตั๋วความปลอดภัยระยะยาวให้กับสุขภาพร่างกายของคุณและคนที่คุณรัก อย่ารอให้สายเกินไป... เพราะการป้องกัน ย่อมง่ายและปลอดภัยกว่าการรักษาเสมอครับ