Share

Website_child-drowning-02.png

เพราะอุบัติเหตุทางน้ำเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที การดูแลอย่างใกล้ชิดและการรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น อาจช่วยรักษาชีวิตลูกน้อยได้
     ช่วงปิดเทอมเป็นเวลาที่เด็ก ๆ ได้พักผ่อน เล่นสนุก และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่พ่อแม่ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ทะเล แม่น้ำ คลอง บ่อน้ำ หรือแม้แต่ภาชนะใส่น้ำภายในบ้าน
     การจมน้ำเป็นอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และเด็กอาจตกอยู่ในอันตรายโดยไม่ทันส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ดังนั้น การรู้เท่าทันความเสี่ยง การป้องกันอย่างถูกวิธี และการช่วยเหลือเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม


ทำไมเด็กจึงเสี่ยงต่อการจมน้ำ

     เด็กเล็กยังมีทักษะการเคลื่อนไหวและการประเมินอันตรายไม่เพียงพอ จึงอาจพลัดตกลงไปในน้ำหรือเข้าใกล้แหล่งน้ำโดยไม่รู้ถึงความเสี่ยง ขณะที่เด็กโตอาจเกิดอุบัติเหตุจากการเล่นน้ำ การกระโดดลงน้ำในบริเวณที่ไม่คุ้นเคย หรือการว่ายน้ำโดยไม่มีผู้ดูแล
     สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้คือ การจมน้ำไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในน้ำลึก และอาจเกิดขึ้นได้แม้เด็กจะอยู่ในน้ำเพียงช่วงสั้น ๆ จึงไม่ควรประมาทแม้จะเป็นแหล่งน้ำที่ดูปลอดภัยหรือเด็กจะมีทักษะการว่ายน้ำก็ตาม


5 วิธีป้องกันเด็กจมน้ำที่พ่อแม่ควรรู้

1. ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา

     เมื่อเด็กอยู่ใกล้หรือเล่นน้ำ ผู้ใหญ่ควรเฝ้าดูอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้เสียสมาธิ เช่น ใช้โทรศัพท์มือถือ อ่านหนังสือ หรือพูดคุยจนละสายตาจากเด็ก สำหรับเด็กเล็ก ควรอยู่ในระยะที่เอื้อมมือถึงได้ และมีผู้ใหญ่คนหนึ่งรับผิดชอบดูแลอย่างชัดเจน ไม่ควรคิดว่าการมีคนอื่นอยู่บริเวณใกล้เคียงจะช่วยให้เด็กปลอดภัยโดยอัตโนมัติ

2. จัดสภาพแวดล้อมรอบบ้านให้ปลอดภัย

     แหล่งน้ำใกล้ตัวอาจเป็นอันตรายได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะบ้านที่มีสระน้ำ บ่อน้ำ ถังเก็บน้ำ หรือภาชนะที่มีน้ำขัง ผู้ปกครองควรปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้แน่น ติดตั้งรั้วกั้นสระว่ายน้ำที่เหมาะสม และไม่ปล่อยให้เด็กเข้าใกล้แหล่งน้ำโดยไม่มีผู้ดูแล รวมถึงตรวจสอบบริเวณบ้านและพื้นที่เล่นของเด็กเป็นประจำ

3. สอนกฎความปลอดภัยทางน้ำตั้งแต่เล็ก

     ควรสอนให้เด็กเข้าใจว่าไม่ควรเล่นใกล้แหล่งน้ำโดยลำพัง ไม่ผลักหรือแกล้งเพื่อนในน้ำ ไม่กระโดดลงน้ำในบริเวณที่ไม่รู้ระดับความลึก และต้องขออนุญาตผู้ใหญ่ก่อนลงเล่นน้ำทุกครั้ง การเรียนว่ายน้ำและทักษะเอาชีวิตรอดทางน้ำยังช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์เสี่ยงได้ แต่พ่อแม่ควรจำไว้ว่า ว่ายน้ำเป็น ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากการจมน้ำทั้งหมด การดูแลของผู้ใหญ่ยังคงจำเป็นเสมอ

4. ใช้อุปกรณ์ช่วยลอยตัวให้เหมาะสม

     หากพาเด็กทำกิจกรรมทางน้ำ ควรเลือกเสื้อชูชีพที่มีขนาดเหมาะสมกับน้ำหนักตัวและกิจกรรม โดยเฉพาะเมื่อล่องเรือหรือเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ควรใช้ห่วงยางหรือของเล่นเป่าลมแทนเสื้อชูชีพ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้อาจพลิก หลุด หรือเคลื่อนออกจากตัวเด็กได้ และไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำเพียงลำพังแม้จะสวมอุปกรณ์ช่วยลอยตัวแล้วก็ตาม

5. เตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน

     ผู้ปกครองและผู้ดูแลควรเรียนรู้การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) สำหรับเด็ก รวมถึงวิธีขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุ หากไปเที่ยวทะเล น้ำตก หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ควรเลือกพื้นที่ที่มีผู้ดูแลและปฏิบัติตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด ไม่ควรลงเล่นน้ำในบริเวณที่มีกระแสน้ำแรง คลื่นสูง หรือมีสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย


หากพบเด็กจมน้ำ ควรทำอย่างไร

เมื่อพบเด็กกำลังจมน้ำ สิ่งสำคัญคือการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วโดยไม่ทำให้ผู้ช่วยตกอยู่ในอันตรายเพิ่มขึ้น

ขั้นตอนการช่วยเหลือเบื้องต้น

1. ขอความช่วยเหลือทันที ตะโกนเรียกคนรอบข้าง และโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669
2. ช่วยนำเด็กขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย หากทำได้โดยไม่เสี่ยงต่อชีวิตตนเอง ควรใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของยื่นให้เด็กจับจากพื้นที่ปลอดภัย หากไม่ชำนาญการช่วยเหลือในน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยโดยไม่มีอุปกรณ์
3. ตรวจการตอบสนองและการหายใจ เมื่อเด็กขึ้นจากน้ำแล้ว หากไม่รู้สึกตัวและไม่หายใจตามปกติ ให้เริ่ม CPR โดยเร็วที่สุดตามคำแนะนำของผู้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน หากมีผู้ช่วยอีกคน ให้ช่วยโทรแจ้งเหตุและนำเครื่อง AED มาใช้ตามความเหมาะสม
4. หากไม่หายใจตามปกติ ให้เริ่ม CPR ผู้ที่ผ่านการฝึกควรช่วยฟื้นคืนชีพสำหรับเด็ก โดยเน้นการช่วยหายใจร่วมกับการกดหน้าอกตามทักษะที่ได้รับการฝึก หากไม่เคยฝึก ให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์
5. นำส่งโรงพยาบาลเพื่อประเมินอาการ โดยเฉพาะเด็กที่หมดสติ หายใจผิดปกติ ไอมาก หรือมีอาการผิดปกติหลังจมน้ำ

ข้อควรจำ: ไม่ควรเสียเวลาอุ้มเด็กพาดบ่าเพื่อให้น้ำออก กดท้อง หรือพยายามเทน้ำออกจากปอด เพราะวิธีเหล่านี้ไม่ช่วยแก้ปัญหาการขาดออกซิเจนและอาจทำให้การช่วยชีวิตล่าช้า แม้เด็กจะฟื้นขึ้นมาและดูเหมือนอาการดีขึ้น ก็ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจมีปัญหาการหายใจหรือภาวะแทรกซ้อนตามมาได้


สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้ามหลังเกิดเหตุจมน้ำ

     หากเด็กมีอาการหายใจลำบาก ไอมากผิดปกติ ซึมลง สับสน หมดสติ หรือมีอาการผิดปกติหลังจมน้ำ ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที อย่ารอให้อาการรุนแรงขึ้น เพราะภาวะขาดออกซิเจนอาจส่งผลกระทบต่อสมองและอวัยวะสำคัญได้ หากเด็กหมดสติหรือไม่หายใจตามปกติ ให้โทร 1669 และเริ่มช่วยฟื้นคืนชีพตามความสามารถหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที

ปิดเทอมนี้ ให้ความสนุกมาพร้อมความปลอดภัย

     อุบัติเหตุจากการจมน้ำสามารถป้องกันได้ด้วยการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย และการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน ความใส่ใจของพ่อแม่และผู้ดูแลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องชีวิตของเด็ก ๆ ได้

อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วค่อยเรียนรู้วิธีป้องกัน เพราะเพียงเสี้ยวนาทีอาจเปลี่ยนชีวิตของลูกน้อยไปตลอดกาล

     ด้วยความห่วงใยจาก โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ สมุย เราพร้อมส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพและความปลอดภัย เพื่อให้ทุกครอบครัวดูแลคนที่รักได้อย่างมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เด็กเล็กอาจลื่นหรือพลาดประเมินความลึกของน้ำ ทำให้ตกลงไปโดยไม่มีการเตือนเสียง

เลือกเสื้อชูชีพที่มีขนาดและน้ำหนักพอดีกับร่างกายเด็กและได้รับมาตรฐานความปลอดภัย