Share

Website_Lower-Blood-Pressure-02.png

เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในระยะยาว

     โรคความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พบได้บ่อย และมักไม่แสดงอาการในระยะแรก จนได้รับการขนานนามว่า "ภัยเงียบ" เพราะแม้จะรู้สึกปกติ แต่ความดันโลหิตที่สูงต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

     ข่าวดีคือ หากคุณอยู่ในระยะเริ่มต้นหรือมีความเสี่ยง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ และอาจช่วยชะลอการใช้ยาในบางราย (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์)


1. ลดเค็ม ลดโซเดียม

โซเดียมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การลดการบริโภคอาหารรสเค็มจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
ควรหลีกเลี่ยง
     - อาหารแปรรูป
     - บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
     - ไส้กรอก แฮม
     - ของหมักดอง
     - น้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสปรุงรสในปริมาณมาก
แนะนำ
     - ชิมก่อนปรุง
     - เลือกอาหารสด
     - เพิ่มสมุนไพรหรือเครื่องเทศแทนการเติมเกลือ


2. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายช่วยให้หัวใจแข็งแรง เลือดไหลเวียนดี และช่วยลดความดันโลหิตได้
แนะนำ
     - เดินเร็ว
     - ว่ายน้ำ
     - ปั่นจักรยาน
     - เต้นแอโรบิก
อย่างน้อย 150 นาที ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 30 นาที วันละ 5 วัน


3. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์

น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงตามมา
เพียงลดน้ำหนักลงประมาณ 5 - 10% ของน้ำหนักตัวเดิม ก็สามารถช่วยลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้


4. จัดการความเครียดและนอนหลับให้เพียงพอ

ความเครียดสะสมและการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้น
ลองปรับพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น
     - นอนให้ได้ 7 - 9 ชั่วโมง ต่อคืน
     - ฝึกหายใจลึก ๆ
     - นั่งสมาธิ
     - ฟังเพลง
     - ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย


5. ตรวจสุขภาพและวัดความดันเป็นประจำ

หลายคนเป็นโรคความดันโลหิตสูงโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจคัดกรองเป็นประจำจะช่วยให้พบความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม
หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น
     - อายุ 35 ปี ขึ้นไป 
     - มีคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง 
     - น้ำหนักเกินหรืออ้วน 
     - สูบบุหรี่ 
     - ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ 
     - มีโรคเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง 
ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ


แล้วการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง สำคัญอย่างไร

     การตรวจคัดกรองไม่ได้เป็นเพียงการวัดความดันโลหิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการประเมินปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการป้องกันและดูแลได้อย่างเหมาะสม การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น
     - โรคหลอดเลือดสมอง
     - โรคหัวใจขาดเลือด
     - ภาวะหัวใจล้มเหลว
     - โรคไตเรื้อรัง


ดูแลความดันวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า

     แม้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยควบคุมความดันโลหิตได้ในหลายกรณี แต่หากตรวจพบว่ามีความดันโลหิตสูง หรือมีโรคร่วมอื่น ๆ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรหยุดหรือปรับยาด้วยตนเอง เพราะโรคความดันโลหิตสูงอาจไม่มีสัญญาณเตือน การตรวจคัดกรองตั้งแต่วันนี้ คือก้าวแรกของการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ

Brochure_แพ็กเกจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง.png

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การลดความดันโลหิตสูงช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว

วิธีลดความดันโลหิตสูงโดยไม่ต้องพึ่งยาคือ การลดการบริโภคอาหารรสเค็ม การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนัก การจัดการความเครียด และการนอนหลับให้เพียงพอ

การตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงช่วยให้พบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม